ข้อควรรู้ ก่อนติดสินใจสครับผิว

สำหรับการสครับผิวนั้นเป็นวิธีการขัดผิวอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยกำจัดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ความเหี่ยวย่น ออกไปจากผิวได้ นอกจากนั้น มันยังเป็นการบำรุงผิวอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผิวขาวใส และเนียนนุ่มน่ามองมากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามยังมีสาวๆ หลายคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการสครับผิวมากนัก ว่าต้องทำบ่อยแค่ไหน เลือกสูตรสครับแบบใด หรือควรมีการปฏิบัติตัวอย่างไรก่อนและหลังการทำสครับ บทความนี้มีคำตอบค่ะ ควบคุมความถี่ในการทำสครับผิวอย่างเคร่งครัด เพราะว่าการทำสครับผิว นั้นเปรียบเสมือนกับการพรากเอาความมันและความชุ่มชื้นไปจากร่างกายได้ ดังนั้นจึงไม่ควรทำบ่อยครั้งเกินไป โดยผิวธรรมดาควรทำสครับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผิวแห้งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และผิวมัน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ ซึ่งสาวๆ ที่มีผิวแห้ง ควรระมัดระวังในการทำสครับผิว เพราะหากว่าบ่อยครั้งเกินว่าที่แนะนำไว้จะทำให้ผิวเกิดความเสียหาย ระคายเคือง หรืออักเสบได้ค่ะ ควรเลือกสูตรการทำสครับผิว จากส่วนผสมธรรมชาติ เช่นสูตรผลไม้ ธัญพืช และผักต่างๆ เป็นต้นว่า รำข้าว ข้าวโอ้ต มะขามเปียก มะนาว มะกรูด เป็นต้น ซึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตินั้น นอกจากจะสามารถขจัดความสกปรก และเซลล์ผิวที่เสียให้ออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวให้ขาวเนียนโดยตรง สำหรับการเลือกเนื้อสครับผิว ควรหลีกเลี่ยงสูตรสครับ ที่มีเนื้อหยาบมากเกินไป เพราะอาจจะส่งผลให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้ ควรเลือกสมุนไพร

สุดยอดอาหาร ต้านริ้วรอย

ปัญหาริ้วรอย เมื่อเกิดขึ้นแล้วนั้น วิธีการที่ดีที่สุดคือการเร่งบำรุงเพื่อฟื้นฟูสภาพของผิวที่เสีย ให้กลับคืนมาดีได้ดังเดิม สำหรับการฟื้นฟูสภาพผิวนั้น นอกเหนือไปจากการบำรุงจากภายนอกแล้ว การบำรุงจากภายในอย่างการเลือกรับประทานอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ที่ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างลึกล้ำ สำหรับอาหารที่แนะนำให้รับประทาน เพราะมันสามารถที่จะลบเลือนริ้วรอยได้ มีดังต่อไปนี้ บลูเบอรี่ สำหรับผลไม้ตระกูลเบอรี่ชนิดนี้ มีสรรพคุณในการจัดการกับริ้วรอยที่เกิดขึ้นโดยตรง เพราะมันสารแอนตี้อ็อกซิแดนท์ในปริมาณมหาศาล หากเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ โดยเจ้าสารตัวดังกล่าวนี่เอง ที่ไปช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอยนั่นเองค่ะ สตรอว์เบอรี่ หรือกีวี เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นตัวการทำร้ายผิวโดยตรง นอกจากนั้นกีวี และสตรอว์เบอรี่ยังช่วยกระตุ้นผิวให้เกิดความชุ่มชื้น เพียงแค่รับประทานเจ้าผลไม้สองตัวนี้เป็นประจำค่ะ หรือจะนำมาเป็นสูตรผสม สำหรับการทำมาสก์ผิว ก็จะช่วยทำให้ผิวนั้นห่างไกลจากปัญหาริ้วรอยได้ง่ายขึ้น หอยนางรม สำหรับอาหารทะเลชนิดนี้ อุดมไปด้วยสังกะสี ที่จะเข้าช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียไปจากปัญหาริ้วรอย ให้กลับมาเต่งตึง สดใสได้ดังเดิม นอกจากนั้นหอยนางรมยังช่วยในการบำรุงมือและเล็บ ตลอดจนเส้นผม และดวงตา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องรับประทาน แต่หอยนางรมที่สดๆ เท่านั้นค่ะจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด มะเขือเทศ เป็นอาหารที่ช่วยในการจัดการกับริ้วรอยอย่างได้ผล เพราะว่าสำหรับมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน และไลโคปีน ซึ่งเจ้าสารดังกล่าวนี้เอง ที่เป็นตัวช่วยในการจัดการกับริ้วรอและความหมองคล้ำ นอกจากนั้นยังป้องกันผิวจากแสงแดด ตัวการสำคัญในการทำร้ายผิวอีกด้วย คุณสามารถนำมาเขือเทศมารับประทาน และนำมาเป็นสูตรสำหรับการมาสก์หน้าบำรุงผิวจากภายนอกได้เช่นกัน ช็อกโกแลต สำหรับสุดยอดอาหารนี้ มีสรรพคุณ

วิธีล้างหน้า ที่เหมาะสำหรับแต่ละสภาพผิว

สภาพผิวของคนเรามีหลายชนิด ไม่ว่าเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวบอบบาง ผิวธรรมดา เป็นต้น ซึ่งผิวแต่ละแบบก็ย่อมที่จะมีการดูแลที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะเรื่องของการทำความสะอาดผิวหน้า สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำวิธีการล้างหน้าอย่างหมดจดที่ถูกต้องของแต่ละสภาพผิวกันค่ะ – ผิวแห้งและผิวที่บอบบางแพ้ง่าย สำหรับผิวประเภทนี้ มักจะมีปัญหาหลายๆ อย่าง ที่มาพร้อมกับสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวเกิดริ้วรอย จุดด่างดำได้ง่าย ผิวอักเสบ เป็นต้น การทำความสะอาดผิวหน้าที่มีลักษณะแบบนี้ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ในการล้างหน้า ที่ช่วยถนอมผิวไปด้วย อีกทั้งควรเลือกประเภทที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยตรงค่ะ สำหรับการล้างหน้าที่ถูกต้อง ของคนผิวแห้ง และผิวแพ้ง่าย แนะนำให้สาวๆ นั้นเลือกล้างหน้าที่น้ำอุณหภูมิธรรมดา ไม่อุ่นจัดหรือเย็นจัดเกินไป เพราะจะทำร้ายผิว ทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้ และสาวๆ ควรงดเว้นการใช้พวกฟองน้ำในการทำความสะอาดผิว เนื่องจากอาจจะทำให้ผิวเกิดอาการบอบช้ำ และอักเสบได้ ในกรณีที่ฟองน้ำไม่สะอาดมากพอ ประการสุดท้ายคือ หลีกเลี่ยงการอบไอน้ำ เพราะจะส่งผลให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองโดยตรง – ผิวมัน สภาพผิวแบบนี้มักจะมีปัญหาเรื่องของสิว เพราะใบหน้าที่มันเยิ้ม เมื่อเจอกับความสกปรก นั้นจะทำให้เกิดสิวได้ง่าย การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่เหมาะสำหรับผู้มีสภาพผิวแบบนี้ จึงควรเลือกประเภทที่ช่วยกำจัดความมันโดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงสบู่ประเภทที่มีส่วนผสมของเนื้อครีมเข้มข้น ซึ่งจะทำให้เกิดความมันมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ด้วย เพราะมันจะเป็นตัวการกำจัดความมันบนผิว และกระตุ้นให้ผิวทำการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม การล้างหน้าที่ถูกต้อง